ในกรณีที่ทางร้านมีเว็บไซต์ขายของอยู่แล้ว และต้องการนำเว็บไซต์มาเชื่อมต่อกับระบบ Shipnity เพื่อจัดการออเดอร์และสต็อกร่วมกัน ระบบของเราจะสามารถเชื่อมต่อได้กับเว็บไซต์ WordPress / Woocommerce เท่านั้น

โดยการเชื่อมต่อจะมี ข้อควรระวัง คือ
– สินค้าใน Shipnity และ Woocommerce จะต้องเหมือนกันทั้งหมด และต้องมีการตั้งรหัสสินค้าให้ตรงกัน
– สต็อกสินค้า จะดึงมาจากจำนวนคงเหลือของทุกคลังรวมกัน อัพเดตไปยังสต็อกสินค้าบน Woocommerce

โดยการเชือมต่อ Woocommerce กับระบบ Shipnity จะสามารถเชื่อมต่อได้ 2 ข้อมูล คือ
1. ข้อมูลออเดอร์ ที่มีการสั่งซื้อจาก Woocommerce จะถูกดึงเข้ามาสร้างให้ในระบบ Shipnity ด้วยเสมอ และเมื่อมีการแจ้งโอนเงิน ออเดอร์ในระบบ Shipnity ก็จะอัพเดตสถานะตาม
2. ข้อมูลสต็อกสินค้า การเชื่อมต่อ Woocomerce จะทำให้สต็อกสินค้าถูกจัดการจากในระบบ Shipnity เป็นหลักเสมอ จะสามารถจัดการ อัพเดต และเปลี่ยนแปลงสต็อกสินค้าจากในระบบ Shipnity เพื่ออัพเดตไปยัง Woocommerce ได้เลย
*การอัพเดตข้อมูลจาก Woocommerce และ Shipnity เชื่อมต่อกัน จะมีการดึงข้อมูลให้ใหม่ตามรอบ 30 นาที – 1 ชั่วโมง หรือทุกครั้งที่ระบบมีการ Active เช่น มีการปรับสต็อกใน Shipnity หรือ มีออเดอร์สั่งซื้อเข้ามาจาก Woocommerce ลิงก์เข้ามาที่ระบบ Shipnity เป็นต้น

โดยในคู่มือนี้ จะกล่าวถึงใน 2 ส่วนเพื่อให้สามารถเชื่อมต่อ Woocommerce กับระบบ Shipnity ได้ ดังนี้
1. ขั้นตอนการเชื่อมต่อ : คลิก
2. วิธีการสร้างรหัส API : คลิก

ขั้นตอนการเชื่อมต่อ สามารถทำได้ ดังนี้

1. ไปที่หน้า ตั้งค่า

2. เลือก “เชื่อมต่อช่องทางอื่น” และเลือกหมวดหมู่ “เชื่อมต่อเว็บไซต์”

3. กด “เปิดการใช้งาน” แล้วใส่ข้อมูลให้ครบทั้ง 3 ช่อง ทั้ง Url, Api_user และ Api_key ให้เรียบร้อย โดย การใส่ข้อมูลในช่อง Api_user และ Api_key จะต้องมีการสร้าง API ใน Woocommerce ก่อน วิธีการสร้างรหัส API : คลิก


วิธีการสร้างรหัส API ทำได้ดังนี้

1) เข้าไปที่ /wp-admin >> Woocommerce เลือก Setting
2) กดที่ Advance และเลือก “REST API”

3) กดที่ Add Key และตั้งค่าปรับ Permission = Read / Write
4) เสร็จแล้วกด “Generate API key” ได้เลย


5) จะได้ข้อมูล API ในส่วนของ cs และ ck ที่ต้องนำมากรอกในระบบ Shipnity ดังภาพ
*การแสดงผล cs, ck จะแสดงครั้งเดียวเท่านั้น แนะนำให้ copy มาใส่ในระบบให้เรียบร้อยในครั้งแรกและระวังการใส่ข้อมูลสลับช่อง

4. ใส่ข้อมูล URL ที่เป็นเว็บไซต์ของทางร้าน และ cs, ck ที่ได้จากการ Generate API ลงในระบบ Shipnity ให้เรียบร้อย เสร็จแล้วกด บันทึก

หัวข้ออื่นในหมวดนี้

     ในกรณีที่ทางร้านมีเว็บไซต์ขายของอยู่แล้ว และต้องการนำเว็บไซต์มาเชื่อมต่อกับระบบ Shipnity เพื่อจัดการออเดอร์และสต็อกร่วมกัน ระบบของเราจะสามารถเชื่อมต่อได้กับเว็บไซต์ WordPress / Woocommerce เท่านั้น

โดยการเชื่อมต่อจะมี ข้อควรระวัง คือ
– สินค้าใน Shipnity และ Woocommerce จะต้องเหมือนกันทั้งหมด และต้องมีการตั้งรหัสสินค้าให้ตรงกัน
– สต็อกสินค้า จะดึงมาจากจำนวนคงเหลือของทุกคลังรวมกัน อัพเดตไปยังสต็อกสินค้าบน Woocommerce

โดยการเชือมต่อ Woocommerce กับระบบ Shipnity จะสามารถเชื่อมต่อได้ 2 ข้อมูล คือ
1. ข้อมูลออเดอร์ ที่มีการสั่งซื้อจาก Woocommerce จะถูกดึงเข้ามาสร้างให้ในระบบ Shipnity ด้วยเสมอ และเมื่อมีการแจ้งโอนเงิน ออเดอร์ในระบบ Shipnity ก็จะอัพเดตสถานะตาม
2. ข้อมูลสต็อกสินค้า การเชื่อมต่อ Woocomerce จะทำให้สต็อกสินค้าถูกจัดการจากในระบบ Shipnity เป็นหลักเสมอ จะสามารถจัดการ อัพเดต และเปลี่ยนแปลงสต็อกสินค้าจากในระบบ Shipnity เพื่ออัพเดตไปยัง Woocommerce ได้เลย
*การอัพเดตข้อมูลจาก Woocommerce และ Shipnity เชื่อมต่อกัน จะมีการดึงข้อมูลให้ใหม่ตามรอบ 30 นาที – 1 ชั่วโมง หรือทุกครั้งที่ระบบมีการ Active เช่น มีการปรับสต็อกใน Shipnity หรือ มีออเดอร์สั่งซื้อเข้ามาจาก Woocommerce ลิงก์เข้ามาที่ระบบ Shipnity เป็นต้น

โดยในคู่มือนี้ จะกล่าวถึงใน 2 ส่วนเพื่อให้สามารถเชื่อมต่อ Woocommerce กับระบบ Shipnity ได้ ดังนี้
1. ขั้นตอนการเชื่อมต่อ : คลิก
2. วิธีการสร้างรหัส API : คลิก

ขั้นตอนการเชื่อมต่อ สามารถทำได้ ดังนี้

1. ไปที่หน้า ตั้งค่า

2. เลือก “เชื่อมต่อช่องทางอื่น” และเลือกหมวดหมู่ “เชื่อมต่อเว็บไซต์”

3. กด “เปิดการใช้งาน” แล้วใส่ข้อมูลให้ครบทั้ง 3 ช่อง ทั้ง Url, Api_user และ Api_key ให้เรียบร้อย โดย การใส่ข้อมูลในช่อง Api_user และ Api_key จะต้องมีการสร้าง API ใน Woocommerce ก่อน วิธีการสร้างรหัส API : คลิก


วิธีการสร้างรหัส API ทำได้ดังนี้

1) เข้าไปที่ /wp-admin >> Woocommerce เลือก Setting
2) กดที่ Advance และเลือก “REST API”

3) กดที่ Add Key และตั้งค่าปรับ Permission = Read / Write
4) เสร็จแล้วกด “Generate API key” ได้เลย


5) จะได้ข้อมูล API ในส่วนของ cs และ ck ที่ต้องนำมากรอกในระบบ Shipnity ดังภาพ
*การแสดงผล cs, ck จะแสดงครั้งเดียวเท่านั้น แนะนำให้ copy มาใส่ในระบบให้เรียบร้อยในครั้งแรกและระวังการใส่ข้อมูลสลับช่อง

4. ใส่ข้อมูล URL ที่เป็นเว็บไซต์ของทางร้าน และ cs, ck ที่ได้จากการ Generate API ลงในระบบ Shipnity ให้เรียบร้อย เสร็จแล้วกด บันทึก

หัวข้ออื่นในหมวดนี้