ประโยชน์ของการเชื่อมต่อ Lazada เข้ากับ Shipnity 

  • ตัดสต๊อกและอัพเดตสต๊อก ในกรณีขายผ่านหลายช่องทางได้ (ต้องตั้ง Seller SKU ให้ตรงกัน)
  • จัดการออเดอร์ง่ายในที่เดียว ยืนยันการส่งของ พิมพ์ใบปะหน้า ดูรายงานต่างๆ
  • ออกใบกำกับภาษี

รายละเอียดการเชื่อมต่อ Lazada เข้ากับระบบ Shipnity คือ 1 Account / 1 คลังสินค้าในระบบ Shipnity

วิธีการตั้ง Seller SKU สำหรับการเชื่อมสต๊อก คลิกที่นี่ 

วิธีการเชื่อม Lazada

1. ไปที่หน้าเมนู รูปตั้งค่า ในรุ่น Pro 

2. เลือกเมนู  “เชื่อมต่อกับ Marketplace”


3.คลิกที่ปุ่ม “เชื่อมต่อ Shopee/Lazada ที่คลังนี้”

และสามารถกดติ๊ก อัพเดตสต๊อกกับ Shipnity ได้เลย

4. เมื่อคลิกแล้ว จะเห็นหน้าต่าง    Log in Lazada   


5. เข้าสู่ระบบ LAZADA Open Platform จากนั้นลงชื่อใช้งานตามปกติ 




 

6.  เมื่อเข้าสู่ระบบจาก LAZADA แล้ว จะเห็นหน้าต่าง “เชื่อมต่อแล้ว” จากนั้นกด   “บันทึก” 
    Log-in เพียงขั้นตอนเดียว สั้นๆ ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม



 

7. ออเดอร์จากลาซาด้าจะอัพเดตเข้าทุกครึ่งชั่วโมง 



8. เมื่อต้องการส่งของให้ลูกค้า ให้กด “ยืนยันการส่งของ”



9. เมื่อขึ้นหน้าต่างขึ้นมา ให้กด “ยืนยันการส่งของ”





10. เราสามารถพิมพ์ใบแปะกล่องของ Lazada จากระบบได้เลย เพื่อแปะหน้ากล่องพัสดุ โดยกดที่  “พิมพ์”    จากนั้นเลือก ” Lazada “


* หมายเหตุ  สำคัญมากๆ : ตั้งรหัสสินค้า ( SKU) ใน Shipnity จะต้องตรงกับ รหัสเก็บสินค้า ( SellerSKU) ใน Lazada 

1. ตั้งรหัสสินค้า ( SKU) ในระบบให้เหมือนลาซาด้า เพื่อเชื่อมออเดอร์ และสต๊อก เมื่อมีการขายผ่าน Lazada จะมีการตัดสต๊อกในระบบ Shipnity ทันที

* วิธีดูรหัสสินค้า และตั้งให้ตรงกัน

    –  รหัสเก็บสินค้า (SKU) ใน LAZADA

 

–  รหัสสินค้า (SKU) ใน Shipnity




หัวข้ออื่นในหมวดนี้
  • Shipnity CF
         เป็นฟังก์ชันที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยในการส่งข้อความอัตโนมัติหาลูกค้าจากระบบ Shipnity ได้รวดเร็ว และครบถ้วนมากยิ่งขึ้น โดยสามารถใช้งานได้ทั้งในระบบไลฟ์สดดูดคอมเมนต์ หรือการส่งข้อความอัตโนมัติอื่น ๆ เช่น ข้อความเมื่อแจ้งโอนเงิน และ ข้อความเมื่อปิดรายการ

    เหมาะกับร้านค้าที่มีการส่งข้อความอัตโนมัติหาลูกค้ามาก ๆ หรือ ร้านที่มีลูกค้าในไลฟ์เกิน 500 คอมเมนต์ จะช่วยในการส่งข้อความหาลูกค้าได้ไว้ยิ่งขึ้น รวมไปถึงช่วยป้องกันการถูกแบนจาก Facebook อีกด้วย

    สอบถามการใช้งานได้ที่
    โทร 065-226-8844
    Line: @shipnity
    Facebook: facebook.com/shipnity

    ก่อนที่จะทำการพิมพ์บาร์โค้ดต้องทำการสร้างบาร์โค้ดให้สินค้าก่อนในกรณีที่ทางร้านยังไม่มีบาร์โค้ดสินค้า คลิกที่นี่

    วิธีการพิมพ์บาร์โค้ดสินค้า เฉพาะสินค้าสามารถทำได้ ดังนี้

    1. เข้าไปที่หน้าสินค้า

    2. เลือกสินค้าที่ต้องการพิมพ์บาร์โค้ด โดยกดที่ “แว่นขยาย” ของรายการสินค้านั้น

    3. กดที่ “พิมพ์บาร์โค้ด”

    4. สามารถเลือกรูปแบบ Label ได้ 2 แบบ คือ 
    – A4 Label Sticker (ใช้ได้กับบาร์โค้ดสินค้าแบบ ean-13 เท่านั้น)
    – Sticker Printer 

    5. เลือกรายละเอียดที่ต้องการให้แสดงบนบาร์โค้ด 

    6. เลือกจำนวนคอลัมน์ (Column) ที่ต้องการพิมพ์

    7. เลือกจำนวนแถว (Row) ที่ต้องการพิมพ์

    8. หากสินค้ามีสินค้าย่อย ทำการเลือกสินค้าย่อยที่ต้องการพิมพ์บาร์โค้ด

    9. เมื่อใส่ข้อมูลเสร็จแล้ว กดที่ “Print”

    10. เมื่อกด “Print” จะได้บาร์โค้ด ดังภาพ

    วิธีการพิมพ์บาร์โค้ดสินค้ากับสินค้าหลายรายการ สามารถทำได้ ดังนี้

    1. ไปที่หน้าสินค้า เลือก “จัดการบาร์โค้ด”

    2. เลือกรายละเอียดตามที่ต้องการให้แสดงบนบาร์โค้ด

    3. เลือกจำนวนคอลัมน์ (Column) และแถว (Row) ตามที่ต้องการได้เลย

    4. กดที่ “พิมพ์ทุกรายการในตาราง” ได้เลย

    5. เมื่อกด “พิมพ์ทุกรายการในตาราง” จะได้บาร์โค้ด ดังภาพ 

    กรณีที่ต้องการ Export ไปพิมพ์บาร์โค้ดที่โปรแกรมนอก สามารถกดที่ปุ่ม Export ได้เลย โดยสามารถ export และนำไปปรับ format สำหรับการพิมพ์ของแต่ละโปรแกรมได้
    โปรแกรมที่แนะนำ เช่น
    1. GoLabel (สำหรับปรินท์เตอร์ GoDex)
    2. Label4j (สำหรับเครื่องพิมพ์ A4 Sticker)
    3. Bartender (สำหรับเครื่องพิมพ์ Thermal)

    สอบถามการใช้งานได้ที่
    โทร 065-226-8844
    Line: @shipnity
    Facebook: facebook.com/shipnity

          การแยกหัวบิล หรือใบเสร็จตาม Facebook Page ประกอบด้วย 2 ขั้นตอน ได้แก่ เชื่อมเพจกับระบบ Shipnity และสร้างคลังสินค้าสำหรับแต่ละเพจ

    1. เชื่อมเพจกับระบบ Shipnity
          – วิธีการเชื่อมเพจกับระบบ Shipnity คลิกที่นี่

    2. เมื่อเชื่อมเพจกับ Shipnity เรียบร้อยแล้ว ให้สร้างคลังสินค้าสำหรับแต่ละเพจ ดังนี้เลย

          2.1 ไปที่ “ตั้งค่า”

          2.2 เลือก “ตั้งค่าร้านค้า” และเลือก “คลังสินค้า”

          2.3 คลิก “+เพิ่มคลังสินค้า”

          2.4 ใส่รายละเอียดของคลังสินค้าให้เรียบร้อย โดย
              – ชื่อคลัง สามารถใส่เป็นชื่อเพจ เพื่อให้เป็นชื่อหัวบิลได้
              – ที่อยู่ สามารถใส่ที่อยู่คลัง
    เพื่อให้ขนส่งเข้ามารับตามที่อยู่คลังได้ เมื่อมีการเปิดออเดอร์จากคลังนี้
              – คำสั่งซื้อ สามารถใส่เป็นชื่อบัญชีธนาคาร หรือข้อความที่ต้องการให้แสดงในคำสั่งซื้อได้
              – Prefix ของเลขที่ออเดอร์ สามารถตั้ง Prefix นำหน้าเลขออเดอร์จากคลังนี้ได้
              – เลือกเพจที่จะเปิดออเดอร์เข้าคลังนี้เป็นเพจที่ต้องการ
    จากนั้นคลิก “ยืนยัน” เพื่อสร้างคลังสินค้า

          2.5 คลิก “สินค้าในคลัง” เพื่อเพิ่มสินค้าที่ต้องการให้อยู่ในคลังนี้

          2.6 จากนั้น จะมีให้เลือกการเพิ่มสินค้าในคลัง 2 แบบ ได้แก่
              – เพิ่มสินค้าในคลัง จะเป็นการเพิ่มสินค้าทีละตัว
              – Import สินค้าทั้งหมด จะเป็นการเพิ่มสินค้าทั้งหมดเข้าในคลัง หรือสามารถเพิ่มเฉพาะหมวดหมู่ได้

          2.7 หลังจากเพิ่มสินค้าในคลังแล้ว ให้ทำการเพิ่มสต็อคให้กับสินค้า โดยเข้าไปที่หน้า “สินค้า”

          2.8 คลิกที่ “+stock” ของสินค้าที่ต้องการเพิ่มสต็อค

          2.9 ใส่จำนวนสต็อค และเลือกคลังที่ต้องการเพิ่ม แล้วคลิก “เพิ่มสต็อค”

          2.10 เมื่อเปิดออเดอร์จาก Facebook Page ที่เชื่อมกับคลังนั้นแล้ว ลิ้งค์บิลจะแสดงเป็นชื่อหัวบิลตามที่ต้องการ

    สอบถามการใช้งานได้ที่
    โทร 065-226-8844
    Line: @shipnity
    Facebook: facebook.com/shipnity

ประโยชน์ของการเชื่อมต่อ Lazada เข้ากับ Shipnity 

  • ตัดสต๊อกและอัพเดตสต๊อก ในกรณีขายผ่านหลายช่องทางได้ (ต้องตั้ง Seller SKU ให้ตรงกัน)
  • จัดการออเดอร์ง่ายในที่เดียว ยืนยันการส่งของ พิมพ์ใบปะหน้า ดูรายงานต่างๆ
  • ออกใบกำกับภาษี

รายละเอียดการเชื่อมต่อ Lazada เข้ากับระบบ Shipnity คือ 1 Account / 1 คลังสินค้าในระบบ Shipnity

วิธีการตั้ง Seller SKU สำหรับการเชื่อมสต๊อก คลิกที่นี่ 

วิธีการเชื่อม Lazada

1. ไปที่หน้าเมนู รูปตั้งค่า ในรุ่น Pro 

2. เลือกเมนู  “เชื่อมต่อกับ Marketplace”


3.คลิกที่ปุ่ม “เชื่อมต่อ Shopee/Lazada ที่คลังนี้”

และสามารถกดติ๊ก อัพเดตสต๊อกกับ Shipnity ได้เลย

4. เมื่อคลิกแล้ว จะเห็นหน้าต่าง    Log in Lazada   


5. เข้าสู่ระบบ LAZADA Open Platform จากนั้นลงชื่อใช้งานตามปกติ 




 

6.  เมื่อเข้าสู่ระบบจาก LAZADA แล้ว จะเห็นหน้าต่าง “เชื่อมต่อแล้ว” จากนั้นกด   “บันทึก” 
    Log-in เพียงขั้นตอนเดียว สั้นๆ ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม



 

7. ออเดอร์จากลาซาด้าจะอัพเดตเข้าทุกครึ่งชั่วโมง 



8. เมื่อต้องการส่งของให้ลูกค้า ให้กด “ยืนยันการส่งของ”



9. เมื่อขึ้นหน้าต่างขึ้นมา ให้กด “ยืนยันการส่งของ”





10. เราสามารถพิมพ์ใบแปะกล่องของ Lazada จากระบบได้เลย เพื่อแปะหน้ากล่องพัสดุ โดยกดที่  “พิมพ์”    จากนั้นเลือก ” Lazada “


* หมายเหตุ  สำคัญมากๆ : ตั้งรหัสสินค้า ( SKU) ใน Shipnity จะต้องตรงกับ รหัสเก็บสินค้า ( SellerSKU) ใน Lazada 

1. ตั้งรหัสสินค้า ( SKU) ในระบบให้เหมือนลาซาด้า เพื่อเชื่อมออเดอร์ และสต๊อก เมื่อมีการขายผ่าน Lazada จะมีการตัดสต๊อกในระบบ Shipnity ทันที

* วิธีดูรหัสสินค้า และตั้งให้ตรงกัน

    –  รหัสเก็บสินค้า (SKU) ใน LAZADA

 

–  รหัสสินค้า (SKU) ใน Shipnity




หัวข้ออื่นในหมวดนี้
  • Shipnity CF
         เป็นฟังก์ชันที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยในการส่งข้อความอัตโนมัติหาลูกค้าจากระบบ Shipnity ได้รวดเร็ว และครบถ้วนมากยิ่งขึ้น โดยสามารถใช้งานได้ทั้งในระบบไลฟ์สดดูดคอมเมนต์ หรือการส่งข้อความอัตโนมัติอื่น ๆ เช่น ข้อความเมื่อแจ้งโอนเงิน และ ข้อความเมื่อปิดรายการ

    เหมาะกับร้านค้าที่มีการส่งข้อความอัตโนมัติหาลูกค้ามาก ๆ หรือ ร้านที่มีลูกค้าในไลฟ์เกิน 500 คอมเมนต์ จะช่วยในการส่งข้อความหาลูกค้าได้ไว้ยิ่งขึ้น รวมไปถึงช่วยป้องกันการถูกแบนจาก Facebook อีกด้วย

    สอบถามการใช้งานได้ที่
    โทร 065-226-8844
    Line: @shipnity
    Facebook: facebook.com/shipnity

    ก่อนที่จะทำการพิมพ์บาร์โค้ดต้องทำการสร้างบาร์โค้ดให้สินค้าก่อนในกรณีที่ทางร้านยังไม่มีบาร์โค้ดสินค้า คลิกที่นี่

    วิธีการพิมพ์บาร์โค้ดสินค้า เฉพาะสินค้าสามารถทำได้ ดังนี้

    1. เข้าไปที่หน้าสินค้า

    2. เลือกสินค้าที่ต้องการพิมพ์บาร์โค้ด โดยกดที่ “แว่นขยาย” ของรายการสินค้านั้น

    3. กดที่ “พิมพ์บาร์โค้ด”

    4. สามารถเลือกรูปแบบ Label ได้ 2 แบบ คือ 
    – A4 Label Sticker (ใช้ได้กับบาร์โค้ดสินค้าแบบ ean-13 เท่านั้น)
    – Sticker Printer 

    5. เลือกรายละเอียดที่ต้องการให้แสดงบนบาร์โค้ด 

    6. เลือกจำนวนคอลัมน์ (Column) ที่ต้องการพิมพ์

    7. เลือกจำนวนแถว (Row) ที่ต้องการพิมพ์

    8. หากสินค้ามีสินค้าย่อย ทำการเลือกสินค้าย่อยที่ต้องการพิมพ์บาร์โค้ด

    9. เมื่อใส่ข้อมูลเสร็จแล้ว กดที่ “Print”

    10. เมื่อกด “Print” จะได้บาร์โค้ด ดังภาพ

    วิธีการพิมพ์บาร์โค้ดสินค้ากับสินค้าหลายรายการ สามารถทำได้ ดังนี้

    1. ไปที่หน้าสินค้า เลือก “จัดการบาร์โค้ด”

    2. เลือกรายละเอียดตามที่ต้องการให้แสดงบนบาร์โค้ด

    3. เลือกจำนวนคอลัมน์ (Column) และแถว (Row) ตามที่ต้องการได้เลย

    4. กดที่ “พิมพ์ทุกรายการในตาราง” ได้เลย

    5. เมื่อกด “พิมพ์ทุกรายการในตาราง” จะได้บาร์โค้ด ดังภาพ 

    กรณีที่ต้องการ Export ไปพิมพ์บาร์โค้ดที่โปรแกรมนอก สามารถกดที่ปุ่ม Export ได้เลย โดยสามารถ export และนำไปปรับ format สำหรับการพิมพ์ของแต่ละโปรแกรมได้
    โปรแกรมที่แนะนำ เช่น
    1. GoLabel (สำหรับปรินท์เตอร์ GoDex)
    2. Label4j (สำหรับเครื่องพิมพ์ A4 Sticker)
    3. Bartender (สำหรับเครื่องพิมพ์ Thermal)

    สอบถามการใช้งานได้ที่
    โทร 065-226-8844
    Line: @shipnity
    Facebook: facebook.com/shipnity

          การแยกหัวบิล หรือใบเสร็จตาม Facebook Page ประกอบด้วย 2 ขั้นตอน ได้แก่ เชื่อมเพจกับระบบ Shipnity และสร้างคลังสินค้าสำหรับแต่ละเพจ

    1. เชื่อมเพจกับระบบ Shipnity
          – วิธีการเชื่อมเพจกับระบบ Shipnity คลิกที่นี่

    2. เมื่อเชื่อมเพจกับ Shipnity เรียบร้อยแล้ว ให้สร้างคลังสินค้าสำหรับแต่ละเพจ ดังนี้เลย

          2.1 ไปที่ “ตั้งค่า”

          2.2 เลือก “ตั้งค่าร้านค้า” และเลือก “คลังสินค้า”

          2.3 คลิก “+เพิ่มคลังสินค้า”

          2.4 ใส่รายละเอียดของคลังสินค้าให้เรียบร้อย โดย
              – ชื่อคลัง สามารถใส่เป็นชื่อเพจ เพื่อให้เป็นชื่อหัวบิลได้
              – ที่อยู่ สามารถใส่ที่อยู่คลัง
    เพื่อให้ขนส่งเข้ามารับตามที่อยู่คลังได้ เมื่อมีการเปิดออเดอร์จากคลังนี้
              – คำสั่งซื้อ สามารถใส่เป็นชื่อบัญชีธนาคาร หรือข้อความที่ต้องการให้แสดงในคำสั่งซื้อได้
              – Prefix ของเลขที่ออเดอร์ สามารถตั้ง Prefix นำหน้าเลขออเดอร์จากคลังนี้ได้
              – เลือกเพจที่จะเปิดออเดอร์เข้าคลังนี้เป็นเพจที่ต้องการ
    จากนั้นคลิก “ยืนยัน” เพื่อสร้างคลังสินค้า

          2.5 คลิก “สินค้าในคลัง” เพื่อเพิ่มสินค้าที่ต้องการให้อยู่ในคลังนี้

          2.6 จากนั้น จะมีให้เลือกการเพิ่มสินค้าในคลัง 2 แบบ ได้แก่
              – เพิ่มสินค้าในคลัง จะเป็นการเพิ่มสินค้าทีละตัว
              – Import สินค้าทั้งหมด จะเป็นการเพิ่มสินค้าทั้งหมดเข้าในคลัง หรือสามารถเพิ่มเฉพาะหมวดหมู่ได้

          2.7 หลังจากเพิ่มสินค้าในคลังแล้ว ให้ทำการเพิ่มสต็อคให้กับสินค้า โดยเข้าไปที่หน้า “สินค้า”

          2.8 คลิกที่ “+stock” ของสินค้าที่ต้องการเพิ่มสต็อค

          2.9 ใส่จำนวนสต็อค และเลือกคลังที่ต้องการเพิ่ม แล้วคลิก “เพิ่มสต็อค”

          2.10 เมื่อเปิดออเดอร์จาก Facebook Page ที่เชื่อมกับคลังนั้นแล้ว ลิ้งค์บิลจะแสดงเป็นชื่อหัวบิลตามที่ต้องการ

    สอบถามการใช้งานได้ที่
    โทร 065-226-8844
    Line: @shipnity
    Facebook: facebook.com/shipnity